CU-AAT คืออะไร
CU-AAT.com
  ข้อสอบ CU-AAT คืออะไร


ข้อสอบ CU-AAT (ซี-ยู-แอท หรือ ซี-ยู-เอ-เอ-ที) เป็นข้อสอบที่ศูนย์ทดสอบทางวิชาการ
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกแบบขึ้นเพื่อทดสอบผู้ที่จะสอบเข้าหลักสูตรนานาชาติ
ระดับปริญญาตรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัจจุบันมีอยู่ 8 คณะในจุฬาฯที่มีหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาตรี ซึ่งทั้ง 8 คณะนี้
กำหนดว่าผู้สมัครเรียนทุกคนจะต้องยื่นผลสอบวิชาใดวิชาหนึ่งคือ CU-AAT หรือ SAT
เรียกได้ว่าเป็นข้อสอบที่ชี้เป็นชี้ตายว่าจะสอบเข้าได้หรือไม่ทีเดียว




10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ CU-AAT


1.   ข้อสอบ CU-AAT เป็นข้อสอบที่มีเนื้อหาทั้งเลข (Mathematics) และภาษาอังกฤษ (Verbal)
      มีคำถามอย่างละ 55 ข้อ รวมเป็น 110 ข้อ โดยจะเริ่มทำเลขก่อนแล้วค่อยทำภาษาอังกฤษ

2.   คะแนนเต็มของ CU-AAT คือ 1,600 คะแนน (Mathematics 800 คะแนน + Verbal 800 คะแนน)

3.   ข้อสอบ CU-AAT เป็นข้อสอบแบบ Multiple Choice ทั้งหมด (แต่มี 5 ตัวเลือก)

4.   ถ้าตอบคำถามข้อใดผิดจะถูกหักคะแนน 0.25 คะแนน (ถ้าตอบถูกได้ 1 คะแนน ถ้าไม่ตอบ
      ได้ 0 คะแนน)

5.   คะแนนที่ได้จากการตอบคำถาม 110 ข้อจะถูกรวบรวมและนำไปแปลงให้เป็นคะแนนเต็ม
      1,600 คะแนนในภายหลัง

6.   มีการสอบ CU-AAT ทั้งสิ้น 5 ครั้งต่อปี

7.   ค่าสอบ CU-AAT คือ 1,000 บาท

8.   ใครๆก็สอบ CU-AAT ได้ถ้ามีบัตรประชาชนและเงินค่าสอบ (ไม่ต้องจบม. 6 ก็สอบได้)

9.    แต่งตัวสุภาพเมื่อเข้าสอบ (งดยีนส์ กางเกงขาสั้น รองเท้าเปิดส้น ผู้หญิงห้ามใส่กางเกง)
       ห้ามนำโทรศัพท์มือถือ กระเป๋า เข้าห้องสอบ (วางไว้หน้าห้อง)
       และนำดินสอ 2B + ยางลบ + ปากกา + เครื่องคิดเลข (บางชนิด) เข้าห้องสอบได้

10.  ผลสอบจะประกาศใน 3 สัปดาห์และสามารถเก็บไว้ได้ 2 ปี




ลักษณะข้อสอบโดยรวม


CU-AAT เป็นข้อสอบที่มีลักษณะคล้าย SAT คือทดสอบทักษะใน 2 ส่วนใหญ่ๆคือ
ทักษะทางภาษาและทักษะการแก้ปัญหา หรือพูดให้ง่ายกว่านั้นคือข้อสอบ CU-AAT
คือข้อสอบ 2 in 1 ที่สมัครสอบครั้งเดียวแต่ได้สอบถึง 2 วิชาคือเลขและอังกฤษนั่นเอง
(ส่วนใครอยากสอบแต่เลขอย่างเดียวหรืออยากสอบแต่อังกฤษอย่างเดียวแล้วคิดจะ
ไปขอสมัครสอบแค่ครึ่งเดียวเพื่อที่จะจ่ายเงินค่าสอบน้อยลง ทางผู้จัดสอบไม่อนุญาตครับ
ต้องจ่ายค่าสอบเต็มจำนวนเท่านั้น)

หลายครั้งเมื่อมีการพูดถึง CU-AAT ก็มักจะมีการเปรียบเทียบข้อสอบ SAT ไปด้วย
เหตุผลก็คือเป็นข้อสอบ 2 in 1 ที่ให้สอบทั้งเลขและอังกฤษเหมือนกัน แถมผลสอบ
ยังนำไปยื่นเข้าจุฬาฯทุกคณะได้เหมือนๆกันอีก ทีนี้ก็จะมีคำถาม "คลาสสิค" แต่
หลายๆคนอยากรู้ก็คือ "แล้ว CU-AAT กับ SAT อะไรง่ายกว่ากัน" แต่ก่อนที่จะตอบ
คำถามนี้ เรามาลองรู้จักข้อสอบ CU-AAT กันก่อนดีกว่า















 

 

อย่างที่ได้กล่าวไว้ ข้อสอบ CU-AAT แบ่งออกเป็นเลข (Mathematics) และอังกฤษ (Verbal)
ซึ่งเราจะมาดูกันว่ามีเนื้อหาอะไรบ้าง



Mathematics

หากน้องๆกำลังเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนปลายแต่ไม่ชอบ Calculus, จำนวนเชิงซ้อน,
เมทริกซ์, เวกเตอร์ หรือ ตรีโกณมิติ นี่คือข่าวดีเพราะเนื้อหาดังกล่าวจะไม่มีออกสอบ
ในข้อสอบ CU-AAT อย่างแน่นอน เพราะ CU-AAT ต้องการวัดความสามารถพื้นฐาน
ทางคณิตศาสตร์บวกกับความสามารถในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหาในเงื่อนไขที่จำกัดเวลา

แปลให้เข้าใจง่ายๆก็คือข้อสอบ CU-AAT ไม่ต้องการอะไรที่ "เป๊ะ" แต่เสียเวลาหาคำตอบ
ดังนั้นหากเราเรียนรู้เทคนิคในการหาคำตอบให้ได้ในเวลาที่สั้นที่สุด เช่น แทนค่าหรือ
หาค่าประมาณเอา จะได้มีเวลาไปทำข้อสอบข้ออื่นๆให้ทัน


CU-AAT Mathematics vs. SAT Mathematics

เหมือนกัน --> เนื้อหาของทั้งสองวิชามีความเหมือนกันตรงเนื้อหาที่ออกสอบจะถูกแบ่ง
                       ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆคือ Arithmetic, Algebra, Geometry และ Problem Solving
                       ความเหมือนลำดับถัดมาคือหากเลือกคำตอบถูกจะได้ 1 คะแนน หากไม่ตอบ
                       จะได้ 0 คะแนน และหากตอบผิดจะถูกหัก 0.25 คะแนน โดยคะแนนนี้จะถูก
                       นำไปแปลงเป็นคะแนนเต็ม 800 คะแนนต่อไป เช่น หากทำถูกทั้งหมดทุกข้อ
                       จะได้คะแนนเต็ม 800 คะแนน หากทำถูกเกือบหมด ไม่ทำ 1 ข้อ ทำผิด 3 ข้อ
                       อาจได้คะแนนประมาณ 700 ปลายๆ เป็นต้น และความเหมือนลำดับสุดท้าย
                       คือทั้งสองเป็นข้อสอบที่ให้เวลาทำต่อข้อ "น้อยมาก" คือประมาณ 70 วินาที


อ่านเพิ่มเติม

- Arithmetic คืออะไร
- Algebra คืออะไร
- Geometry คืออะไร
- Problem Solving คืออะไร




ต่างกัน -->  จากสี่หัวข้อนี้ เป็นหัวข้อเดียวกับเนื้อหาของ SAT เลย เพียงแต่อาจปรับให้มีกับดัก
                    มากขึ้นอีกนิดหน่อย (ซึ่งทำให้หลายคนบอกว่ายากกว่า) อีกส่วนหนึ่งที่แตกต่างกัน
                    คือรูปแบบ (Format) ของข้อสอบ

                    หากเรากำลังทำข้อสอบ CU-AAT Mathematics จะได้รับมอบหมายให้แก้ปัญหา
                    โจทย์จำนวน 55 ข้อ โดยให้เวลา 70 นาที หรือเฉลี่ยข้อละ 76 วินาที
                    โดยทำต่อเนื่องไม่มีการสลับไปทำภาษาอังกฤษ (Verbal) โจทย์ทุกข้อเป็นแบบ
                    Multiple choice ซึ่งหมายความว่าทำผิดก็ถูกหักคะแนน ส่วนเรื่องสูตรที่จำเป็นต่างๆ
                    (เช่นการหาพื้นที่ หรือการหาปริมาตรของปิรามิด) ไม่มีให้ในข้อสอบ

                    แต่หากเรากำลังทำข้อสอบ SAT Mathematics เราจะต้องแก้ปัญหาโจทย์ 54 ข้อ
                    โดยแบ่งให้ทำ 3 ช่วง ช่วงละ 25, 25, และ 20 นาที (เวลารวม 70 นาที)
                    แต่ละช่วงจะถูกคั่นด้วย Critical Reading หรือ Writing (พักการคิดเลขไประยะหนึ่ง)
                    เวลาเฉลี่ยข้อละ 77 วินาที โดยมีโจทย์ Multiple choice รวม 44 ข้อ (ทำผิดโดน
                    หักคะแนน)
และ Student-Produced Responses (เติมคำตอบ) 10 ข้อ (ทำผิดไม่โดน
                    หักคะแนน) แต่โจทย์จะใจดีให้สูตรการคำนวณที่จำเป็น ได้แก่ การหาพื้นที่
                    การหาปริมาตรของวัตถุหรือความยาวด้านของสามเหลี่ยมที่ขนาดมุมต่างกันมาให้


                    และประเด็นร้อนที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง "CU-AAT Math กับ SAT Math อะไรง่าย
                    กว่ากัน" จากสถิติพบว่าคนที่สอบ SAT Math มักจะทำคะแนนได้ดีกว่า
                    CU-AAT Math ประมาณ 50-80 คะแนนหรืออาจลองดูการตั้ง Requirement
                    ของบางหลักสูตร เช่น EBA ที่ขอคะแนน SAT Math ไม่ต่ำกว่า 640 คะแนน
                    แต่ขอคะแนน CU-AAT Math ไม่ต่ำกว่า 600 คะแนน ใครง่ายกว่าลองคิดเล่นๆดู

 

                    และในรอบสอบกรกฎาคม 2557 ก็เป็นรอบแรกที่ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข
                    ในการสอบ CU-AAT ทำให้ดีกรีความยากเพิ่มขึ้นมากกว่า SAT อย่างชัดเจน



Verbal

ข้อสอบ CU-AAT Verbal ทดสอบทักษะภาษาอังกฤษในด้านการอ่าน คำศัพท์ และ
Grammar ซึ่งข้อสอบนี้มีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับ SAT Critical Reading และ Writing รวมกัน
(แต่ระดับความยากไม่โหดเท่า SAT) หากใครสงสัยว่า CU-AAT Verbal กับ CU-TEP
คล้ายกันหรือไม่ ตอบได้ตรงนี้เลยว่าคล้ายกันประมาณ "ครึ่งหนึ่ง" คือเรื่องการอ่านและ
Grammar แต่ CU-TEP ไม่มีการถามศัพท์เหมือนกับ CU-AAT ในขณะที่ CU-AAT ไม่มี
การสอบ Listening หากให้จัดลำดับความยากแล้วส่วนมากมักจะให้ SAT ภาษาอังกฤษ
ยากที่สุด รองลงมาคือ CU-AAT และปิดท้ายด้วย CU-TEP (เนื่องจากนักเรียนส่วนมากมักจะ
ทำข้อสอบ Listening ได้ค่อนข้างดี แต่อ่อนเรื่องศัพท์ ซึ่ง CU-TEP เท่านั้นที่มีการสอบ
Listening แถมยังไม่มีการถามศัพท์เพียงวิชาเดียวอีกเช่นกัน)


CU-AAT Verbal vs. SAT Critical Reading + Writing

เหมือนกัน --> เนื้อหาของทั้งสองวิชามีความเหมือนกันตรงเนื้อหาที่ออกสอบจะถูกแบ่ง
                       ออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆคือ (1) Sentence Completion, (2) Passage-based Reading
                       (โดย 2 กลุ่มแรกนี้จะพบใน SAT Critical Reading), (3) Improving Sentences,
                       (4) Identifying Sentence Errors และ (5) Improving Paragraphs (กลุ่มที่ 3-5
                       จะพบใน SAT Writing) ทั้งนี้ CU-AAT Verbal เป็นการรวม SAT CR และ W
                       เข้าไว้ด้วยกัน แต่ในส่วน W นั้นจะไม่มีการเขียน Essay (เย้!) เหมือน SAT W

                       ความเหมือนลำดับถัดมาคือหากเลือกคำตอบถูกจะได้ 1 คะแนน หากไม่ตอบ
                       จะได้ 0 คะแนน และหากตอบผิดจะถูกหัก 0.25 คะแนน โดยคะแนนนี้จะถูก
                       นำไปแปลงเป็นคะแนนเต็ม 800 คะแนนต่อไป เช่น หากทำถูกทั้งหมดทุกข้อ
                       จะได้คะแนนเต็ม 800 คะแนน หากทำถูกเกือบหมด ไม่ทำ 3 ข้อ ทำผิด 3 ข้อ
                       อาจได้คะแนนประมาณ 700 ปลายๆ เป็นต้น และความเหมือนลำดับสุดท้าย
                       คือทั้งสองเป็นข้อสอบที่ให้เวลาทำต่อข้อ "น้อยมาก" คือประมาณ 65 วินาที

                       สำหรับ CU-AAT และประมาณ 50 วินาทีสำหรับ SAT CR และ W


อ่านเพิ่มเติม

- CU-AAT Critical Reading คืออะไร
- CU-AAT Writing คืออะไร



ต่างกัน -->  แม้ว่าเนื้อหาที่ออกสอบจะเหมือนๆกัน แต่ระดับความยากของ SAT ถูกจัดว่า
                    ยากกว่าพอสมควร อีกส่วนหนึ่งที่แตกต่างกันคือรูปแบบ (Format) ของข้อสอบ
                    
                    หากเรากำลังทำข้อสอบ CU-AAT Verbal จะได้รับมอบหมายให้แก้ปัญหา
                    โจทย์จำนวน 55 ข้อ โดยให้เวลา 70 นาที หรือเฉลี่ยข้อละ 76 วินาที
                    โดยทำต่อเนื่องไม่มีการสลับไปทำเลข (Mathematics) ที่สำคัญคือหากเรา
                    กำลังทำข้อสอบกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใน 5 กลุ่มของ Verbal เราจะทำข้อสอบนั้น
                    ไปจนหมด เมื่อหมดแล้วจะไม่มีข้อสอบในกลุ่มนั้นปรากฏขึ้นมาอีก เช่น หาก
                    เราทำ Sentence Completion 10 ข้อเสร็จแล้ว จะไม่มีทางที่จะเจอคำถาม Sentence
                    Completion อีกแน่นอน ต่างจาก SAT ที่อาจ "จ๊ะเอ๋" ไปเจออีกหลังจากทำไปแล้ว
                    เช่น ทำ Sentence Completion เสร็จไป 5 ข้อ ทำข้อสอบไปซักพักอาจจะกลับ
                    มาเจออีก 5 ข้อก็ได้

                    นอกจากนี้ข้อสอบ SAT Critical Reading จะมีโจทย์ 67 ข้อโดยแบ่งให้ทำ 3 ช่วง
                    ช่วงละ 25, 25, และ 20 นาที (เวลารวม 70 นาที เฉลี่ียข้อละ 63 วินาที)
                    ส่วนข้อสอบ SAT Writing จะมีโจทย์ 49 ข้อ แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงละ 25 และ 10 นาที
                    และ 1 Essay ที่ให้เวลาทำ 25 นาที (เวลารวม 60 นาที) โดยแต่ละช่วงจะทำสลับกัน   
                    ระหว่าง Mathematics, Critical Reading หรือ Writing หากพิจารณาเฉพาะ
                    ส่วนภาษาอังกฤษ จะพบว่าข้อสอบ SAT "โหดกว่า" ในเรื่องจำนวนข้อที่มากกว่า
                    (แถมเวลาต่อข้อก็น้อยกว่า)
                               

                    สรุปง่ายๆเลยว่า "CU-AAT Verbal กับ SAT Critical Reading อะไรง่ายกว่ากัน"
                    จากสถิติพบว่าคนที่สอบ
CU-AAT Verbal ได้ดีกว่า SAT Critical Reading
                    ประมาณ 50-80 คะแนน อนึ่งคะแนน SAT Writing ไม่ได้ถูกนำมาฟันธงด้วย
                    เพราะหลายๆคนไม่ได้สนใจทำซักเท่าไร เนื่องจากหลักสูตรอินเตอร์ส่วนมาก
                    มักไม่ค่อยต้องการคะแนน SAT Writing เท่าไรนัก






การเตรียมตัวก่อนวันสอบ


1. ตรวจสอบสถานที่สอบก่อนสอบประมาณ 1 สัปดาห์โดยเข้าไปที่ เว็บไซท์ที่สมัครสอบ
    นอกจากนี้ให้ศึกษาที่ตั้งของสถานที่สอบให้ดี
2. เตรียมเครื่องเขียนอันได้แก่ ปากกา ดินสอ 2B ยางลบ และเครื่องคิดเลขที่ไม่มีกราฟฟิก
    ทั้งนี้ก่อนเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่จะแจกถุงพลาสติกแบบใสให้เพื่อให้นำเครื่องเขียน
    ใส่เข้าไปในถุง (ไม่ให้ใส่กล่องดินสอเข้าไป หากกลัวกล่องดินสอหายก็ไม่ต้องนำไป)
3. เนื่องจากเราไม่สามารถนำโทรศัพท์มือถือและของมีค่าอื่นๆ เช่น กระเป๋า เข้าห้องสอบได้
    (ต้องวางไว้หน้าห้องสอบ) ดังนั้นหากกลัวหายอาจจะต้องฝากไว้กับคนที่ไว้ใจได้
    (และไม่ได้สอบพร้อมๆกัน)
4. ศูนย์สอบค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการแต่งกาย หากกลัวผิดระเบียบก็แต่งชุดนักเรียนไปสอบ
    ได้เลย ผู้สอบประมาณ 99% ก็แต่งชุดนักเรียนไปสอบกันทั้งนั้น
5. อย่าลืมนำบัตรประชาชนไปแสดงตัวเวลาเข้าสอบ ถ้าโชคร้ายหายไปแล้วไม่มีเวลา
    ไปทำใหม่ก็นำ Passport ไปใช้แทน






ในวันสอบ


1. ควรวางแผนไปถึงสถานที่สอบก่อนสอบอย่างน้อย 15 นาที (CU-AAT จะสอบเวลา 13.00
    ประตูห้องสอบจะเปิดตั้งแต่ 12.45 และจะปิดเวลา 13.15 ใครมาสายก็อดเข้าสอบแน่นอน)
2. เมื่อไปถึงอาคารที่สอบ ชั้นล่างของอาคารจะมีบอร์ดติดรายชื่อว่าใครสอบห้องไหน ชั้นไหน
    แม้ว่าเราจะเช็คห้องสอบ online มาแล้วก็ควรไปตรวจดูอีกรอบหนึ่งเพื่อความแน่ใจ
    ปกติแล้วผู้ที่มีชื่อจริงที่สะกดด้วยภาษาอังกฤษเป็นตัวอักษรลำดับต้นๆมักจะได้ห้องสอบ
    ชั้นล่างๆ เช่น ชื่อ Apple อาจได้สอบชั้น 2 ส่วนคนชื่อ Samsung อาจได้สอบประมาณชั้น 7
    ดังนั้นใครต้องสอบชั้นบนๆอาจต้องเผื่อเวลามากหน่อยเพราะลิฟท์มักจะเต็ม การเดินขึ้น
    บันไดอาจใช้เวลามากกว่าปกติเพราะมีเพื่อนร่วมชะตาเดินไปสอบเยอะมาก ในบางครั้ง
    อาจใช้เวลาเกือบ 10 นาทีในการเดินขึ้นบันไดและไปหาห้องสอบ
3. เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนสอบเพราะการขออนุญาตออกมาเข้าห้องน้ำระหว่างสอบ
    จะทำให้เวลาสอบที่น้อยอยู่แล้วยิ่งน้อยลงไปอีก
4. หากทำข้อสอบเร็วและอยากส่งก่อนหมดเวลา ข่าวร้ายคือไม่สามารถทำได้เพราะฉะนั้น
    ต้องนั่งรอไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดเวลา




อ่านเพิ่มเติม

- SAT คืออะไร
- CU-TEP คืออะไร
- วิชาอื่นๆ เช่น IELTS, TOEFL







เนื้อหาในหน้านี้
 
ข้อสอบ CU-AAT คืออะไร
10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ CU-AAT
ลักษณะข้อสอบโดยรวม
Mathematics
Verbal
การเตรียมตัวก่อนวันสอบ
ในวันสอบ